วันศุกร์ที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

ความเข้าใจเกี่ยวกับอินเตอร์เน็ต



อินเตอร์เน็ต คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดมหึมาที่เชื่อมโยงเอา เครือข่ายคอมพิวเตอร์ย่อย ๆ ทั่วโลก เข้าไว้ด้วยกันเครือข่าย คือ ขื่อเรียกกลุ่มของคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่อกัน เพื่อให้สามารถแบ่งปันข้อมูลและทรัพยากรอื่นๆ เช่นคอมพิวเตอร์สำนักงานมักเชื่อมต่อกันเพื่อให้สามารถใช้แฟ้มข้อมูลและเครื่องพิมพ์ร่วมกันกับคอมพิวเตอร์ทั้งหมดบนอินเตอร์เน็ตในอีกซีกโลกหนึ่งจะง่ายพอ ๆ กับการคุยกับคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในห้องติดกันเมื่อไรก็ตามที่คอมพิวเตอร์ของคุณต่อเข้ากับ อินเตอร์เน็ตก็เปรียบเหมือนกับตัวแมงมุมกลางใยแมงมุมขนาดมหึมาซึ่งใยแมงมุมแต่ละเส้น นำข้อมูลจากคอมพิวเตอร์เครื่องนำมาสู่คอมพิวเตอร์ของคุณ
 อินเตอร์เน็ต (Internet) เป็นเครือข่ายของเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ระบบต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงกัน มาจากคำว่า Inter Connection Networkอินเตอร์เน็ต (Internet) เป็นระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ที่มีขนาดใหญ่ เครื่องคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องทั่วโลก สามารถติดต่อสื่อสารถึงกัน ได้โดยใช้มาตรฐาน ในการรับส่งข้อมูลที่เป็นหนึ่งเดียว หรือที่เรียกว่าโปรโตคอล (Protocol) ซึ่งโปรโตคอล ที่ใช้บนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต มีชื่อว่า ทีซีพี/ไอพี (TCP/IP : Transmission Control Protocol/Internet Protocol) ลักษณะของระบบอินเตอร์เน็ต เป็นเสมือนใยแมงมุม ที่ครอบคลุมทั่วโลก ในแต่ละจุดที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตนั้น สามารถสื่อสารกันได้หลายเส้นทาง ตามความต้องการ โดยไม่กำหนดตายตัว และไม่จำเป็นต้องไปตามเส้นทางโดยตรง อาจจะผ่านจุดอื่น ๆ หรือ เลือกไปเส้นทางอื่นได้หลาย ๆ เส้นทาง การติดต่อสื่อสาร ผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต นั้นอาจเรียกว่า การติดต่อสื่อสารแบบไร้มิติ หรือ Cyberspace
                     คอมพิวเตอร์ คืออุปกรณ์ที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถรับข้อมูล
และชุดคำสั่ง (Program) ในรูปแบบที่เครื่องรับได้ แล้วนำมาประมวลผลข้อมูลตามชุด คำสั่งเพื่อแก้ปัญหา หรือทำการคำนวณที่สลับซับซ้อนจนได้ผลลัพธ์ตามต้องการ และยังสามารถบันทึก หรือแสดงผลลัพธ์เหล่านั้นได้เนื่องจากคอมพิวเตอร์ถูกนำมาใช้งานในด้านต่าง ๆ มากมายทำให้มีการผลิตคอมพิวเตอร์ในรูปแบบต่าง ๆ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ตั้งแต่ซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ , เมนเฟรมคอมพิวเตอร์, มินิคอมพิวเตอร์, พีซี, โน้ตบุค, พีดีเอ และการนำคอมพิวเตอร์มาต่อเป็นเครือข่ายองค์ประกอบคอมพิวเตอร์มี 5 ส่วนจะต้องทำงานประสานกันคือฮาร์ดแวร์, ซอฟแวร์, บุคลากร, ข้อมูล และกระบวนการทำงาน ซึ่งแต่ละส่วนยังมีองค์ประกอบย่อยอีกหลายส่วน http://www.mcp.ac.th/online/internet/internet/Internet.jpg

ประโยชน์ของการใช้อินเตอร์เน็ต
การใช้อินเตอร์เน็ตในปัจจุบันมีความสำคัญมากทั้งในการการศึกษา และทางด้านการพาณิชย์ การตลาด การส่งออก การขนส่ง ที่มีประโยชน์ในทางการค้าต่าง ๆ มีประโยชน์ในการติดต่อสื่อสารกันในประเทศและระหว่างประเทศ ทั้งในทางด้านธุรกิจ กิจการที่สำคัญต่าง ๆส่วนประโยชน์ในด้านการศึกษา ทั้งความสะดวกติดต่อประสานงานด้านการทำงาน การเรียนรู้ในระบบต่าง ๆในห้องเรียน และทั้งนอกห้องเรียน ทำให้อินเตอร์เน็ตมีความสำคัญทำให้การศึกษาเปิดโลกการเรียนรู้ที่กว้างยิ่งขึ้น

วันพุธที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2554

โปรแกรมเพิร์ท

โปรแกรมเพิร์ท (PIRCH)



PIRCH เป็นโปรแกรมสนทนาประเภท Internet Relay Chat ที่ใช้เชื่อมต่อเข้าไปยัง Server ที่ให้บริการ การสนทนาจะทำเหมือนกับการส่งข้อความ (Message) คุยผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เราเรียกวิธีนี้ว่า การแชท (Chat) เมื่อต้องการสนทนาจะต้องเปิดเข้าที่โปรแกรม PIRCH เท่านั้น
ประโยชน์ของ PIRCH ก็เหมือนกับโปรแกรมอื่น ๆ ที่คุยกันได้ทีละหลาย ๆ คนในครั้งเดียว สามารถส่งรูปหากันระหว่างเรากับเพื่อนสนทนาได้ ภายในโปรแกรมยังแบ่งเป็นห้องสนทนาย่อย ๆ ตามความสนใจของผู้เล่น จะคุยเป็นการส่วนตัว (เราเรียกกันว่าซิป) หรือจะคุยผ่านหน้าห้องนั้น ๆ ก็ได้ ตัวอย่างห้องสนทนาในโปรแกรม เช่น ห้องคนน่ารัก ห้องคนขี้เหงา ห้องผู้หญิงทำงาน หรือรวมไปถึงห้องขายบริการ ฯลฯ





(ภาพตัวอย่างโปรแกรม PIRCH)

โปรแกรม ICQ

ICQ โปรแกรมใช้สำหรับการติดต่อผ่านทางอินเตอร์เน็ต ที่นิยมใช้งานกันมากที่สุด


ICQ เป็นคำย่อมาจากคำว่า "I Seek You" เมื่อออกเสียงเร็ว ๆ ก็กลายมาเป็น ไอซีคิว แบบที่เรียกกันในปัจจุบันนี้ นับได้ว่าเป็นโปรแกรม สำหรับการติดต่อสื่อสารอีกชนิดหนึ่ง ที่สามารถทำการสื่อสารได้แบบ online คือ สามารถคุยกันได้ทันที หรือจะฝากข้อความไว้ คล้าย ๆ กับการส่งเมล์ก็ได้ โดยก่อนที่จะใช้งานได้นั้น ต้องทำการลงทะเบียน เพื่อขอรับเลขประจำตัวหรือ UIN มาก่อน จะเป็นตัวเลขคล้าย ๆ กับเบอร์โทรศัพท์นั่นเอง โดยที่เมื่อเราจะติดต่อกับใคร ก็ใช้จะเลขประจำตัวที่ได้มานี้ เป็นการระบุผู้ที่เราต้องการติดต่อด้วย
ก่อนการเริ่มต้นใช้งานโปรแกรม ICQ จะต้องทำการดาวน์โหลดโปรแกรมมาและทำการติดตั้งลงในเครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน จากนั้น จึงทำการลงทะเบียนเพื่อขอรับเลขประจำตัว จึงจะทำการใช้งานได้ครับ โดยที่ตัวโปรแกรมมีให้ดาวน์โหลดได้ที่ http://www.icq.com/download/ ซึ่งหลังจากที่ทำการดาวน์โหลดมาแล้ว มาดูขั้นตอนวิธีการติดตั้ง และการลงทะเบียนใช้งานกัน

โปรแกรม กูเกิลทอล์ก


"กูเกิล" เว็บไซต์ค้นหาข้อมูลยักษ์ใหญ่ได้ฤกษ์เปิดตัวบริการใหม่ที่เรียกว่า "กูเกิล ทอล์ก" (Google Talk) ไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยจะเป็นการเปิดให้บริการสนทนา ทั้งแบบข้อความตัวอักษรและเสียงพูด ซึ่งเป็นการขยับบทบาทจากเสิร์ชเอ็นจิ้นมาสู่การเป็นผู้ให้บริการแชตออนไลน์อย่างเต็มตัว


การเข้ามาในวงการแชตครั้งนี้ เป็นที่น่าจับตามองของหลายฝ่าย เพราะแม้กูเกิลจะเป็นผู้นำในธุรกิจเสิร์ชเอ็นจิ้น แต่สำหรับบริการแชตนั้น กูเกิลมาสายกว่าคนอื่นๆ นานหลายปีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็น "อเมริกา ออนไลน์" (AOL) เจ้าของโปรแกรมแชตอย่าง "AIM" และ "ICQ" รวมทั้ง "ไมโครซอฟท์" และ "ยาฮู" ซึ่งบุกเบิกการแชต ก็เพราะต้องการเพิ่มรายได้จากโฆษณาออนไลน์อย่างเป็นกอบเป็นกำ พร้อมกับสร้างการจดจำ แบรนด์ไปสู่ผู้บริโภคไปในตัว


ในฐานะผู้เล่นรายใหม่ กูเกิลอาจจะต้องเหนื่อยกับการเข็นครกขึ้นภูเขา คือต้องแข่งขันกับบรรดาผู้ที่มาก่อนชนิดหืดขึ้นคอเลยทีเดียว เพราะเมื่อดูตัวเลขผู้ใช้บริการสนทนาจากบริษัทคอมสกอร์ มีเดีย เมทริกซ์ เมื่อเดือนกรกฎาคมระบุว่า จำนวนผู้ใช้บริการของยาฮู เมสเซนเจอร์ (Yahoo Messenger) มีอยู่ราว 78.8 ล้านคน ขณะที่ผู้ใช้โปรแกรมเอ็มเอสเอ็น เมสเซนเจอร์ (MSN Messenger) มีราว 189.7 ล้านคน และ instant messenger ของ AOL มีอยู่ 64.4 ล้านคน


สิ่งที่ยากเย็นสำหรับกูเกิลก็คือ การที่ผู้ใช้บริการจะไม่ยอมเปลี่ยนระบบจากเดิมจนกว่าบรรดาเพื่อนๆ หรือเพื่อนร่วมงานที่อยู่ในบัญชีรายชื่อหรือ บัดดี้ ลิสต์ (Buddy Lists) จะเปลี่ยนระบบที่ใช้แชตเหมือนกัน เพราะบริการสนทนาของแต่ละค่ายก็จะสามารถสื่อสารกันเองในระบบนั้นๆ ไม่สามารถสื่อสารข้ามเครือข่ายได้ ดังนั้น แม้คุณจะอยากลองของใหม่ แต่ถ้าเพื่อนๆ ไม่ยอมเปลี่ยนมาแชตผ่านกูเกิล คุณก็คงไม่เปลี่ยนเช่นกัน เพราะไม่อย่างนั้นก็จะไม่สามารถคุยกับใครได้ นอกจากจะหาเพื่อนใหม่


บริการใหม่ของกูเกิลนี้ใช้ซอฟต์แวร์แบบมาตรฐานเปิด ซึ่งจะสามารถทำงานร่วมกับเครือข่ายขนาดเล็กๆ ที่มีเทคโนโลยีเดียวกันได้ โดยสามารถสื่อสารผ่านระบบเปิดอื่นๆ อาทิ โปรแกรม iChat ของค่ายแอปเปิล, ทริลเลียน (Trillian) ของ เซอรูเลียน สตูดิโอ (Cerulean Studios) และเกม (Gaim) ซึ่งทางกูเกิลเองก็เปิดช่องให้บรรดาโปรแกรมเมอร์เข้ามาร่วมสร้างเทคโนโลยีที่จะใช้กับซอฟต์แวร์นี้ได้


"จอร์จ ฮาริค" ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ของกูเกิล กล่าวว่า นักพัฒนาโปรแกรมสามารถมีส่วนในการเพิ่มมูลค่าให้แก่เครือข่ายของกูเกิลได้ โดยการเพิ่มโปรแกรมแชตของกูเกิลเข้าไปในเกมคอมพิวเตอร์ แอปพลิเคชั่นต่างๆ และทุกๆ ที่ตามต้องการ


นอกจากนี้ บริการใหม่ของกูเกิลจะมีกราฟิกไม่มาก อาจจะเท่าๆ กับหน้าเว็บหลักของกูเกิล และจะไม่มีหน้าต่างป๊อปอัพ หรือโฆษณาโผล่มา รบกวนผู้ใช้มากมายเหมือนอย่างที่มีใน อเมริกา ออนไลน์ อินสแตนต์ เมสเซนเจอร์


"ฮาริค" บอกว่า โปรแกรมแชตจะไม่มีการเชื่อมต่อที่วุ่นวาย แต่จะยอมให้ผู้ใช้สามารถค้นหาผู้ที่จะติดต่อด้วยแบบง่ายๆ หน้าจอต่างๆ จะหลบอยู่จนกว่าผู้ใช้จะต้องการติดต่อสื่อสารกับใครสักคน


ทั้งนี้ โปรแกรมกูเกิล ทอล์ก ที่จะเปิดเป็นเวอร์ชั่นเบต้าในช่วงแรกจะสามารถทำงานได้บนคอมพิวเตอร์ที่รันโปรแกรมวินโดวส์ 2000 และ วินโดวส์ เอ็กซ์พี แต่ก็มีแผนจะเปิดใช้เวอร์ชั่นสำหรับระบบปฏิบัติการแมค โอเอส เอ็กซ์ ของค่าย แอปเปิลด้วย


อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ต้องการแชตผ่าน "กูเกิล ทอล์ก" จะต้องมีที่อยู่อีเมล์ของกูเกิล หรือจีเมล์ (Gmail) เสียก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้ที่จะสมัครใช้จีเมล์จะต้องได้รับเชิญจากผู้ที่มีแอ็กเคานต์อยู่ก่อนเท่านั้น แต่ตอนนี้กูเกิลได้เปิดให้ผู้ใช้ในสหรัฐลงทะเบียนสมัครใช้จีเมล์ได้แล้ว ซึ่งก็อาจเป็นความพยายามที่จะขยายฐานผู้ใช้อีเมล์ของกูเกิลอีกทางหนึ่ง


"ฮาริค" กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า หากบริการนี้ประสบความสำเร็จก็จะช่วยขับเคลื่อนการใช้งานจีเมล์ด้วย ยิ่งมีคนใช้อีเมล์มากขึ้น "กูเกิล ทอล์ก" ก็จะเป็นแอปพลิเคชั่นที่กระจายไปอย่างรวดเร็ว


สำหรับการแชตแบบเสียงพูดนั้น ทั้งผู้เรียกและผู้รับสายจะต้องมีลำโพง สปีกเกอร์และโมโครโฟนที่ต่อเชื่อมกับคอมพิวเตอร์ เพราะขณะนี้ระบบแชตทางเสียงของกูเกิลยังไม่สามารถใช้ได้กับระบบโทรศัพท์แบบทั่วไป ไม่เหมือนกับบริการโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตอย่าง "โวเนจ" (Vonage) และ "สไคป์" (Skype)


ทั้งนี้บริการสนทนาแบบข้อความอักษรและข้อความเสียงของกูเกิลจะกระทบต่อบริการของสไคป์โดยตรง ซึ่งผู้ใช้ในระบบของสไคป์มีอยู่ราว 51 ล้านคน และกว่าครึ่งอยู่ในแถบยุโรป


"ซาร่า ราดิกาติ" จากบริษัทราดิกาติ กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำวิจัยด้านเทคโนโลยี ให้ความเห็นว่า จำนวนผู้ใช้ที่ภักดีต่อแบรนด์ของกูเกิลมีอยู่จำนวนมาก การรุกคืบสู่ธุรกิจ instant messaging จึงอาจจะสร้างความวิตกให้ผู้เล่นรายอื่นๆ ซึ่งการที่กูเกิลเริ่มเอาจริงกับตลาดอีเมล์ ก็ทำให้กลายเป็นกระแสที่ทำให้ผู้ใช้ต้องมีแอ็กเคานต์ของจีเมล์


"เราเริ่มเห็นว่าผู้คนต่างอวดกันที่มีอีเมล์แอดเดรสของกูเกิล คล้ายเป็นแฟชั่นเหมือนกับเราใส่นาฬิกาสวอท์ชเรือนใหม่ แล้วมาอวดกัน ถึงจะเป็นเรื่องที่ดูเล็กน้อย แต่ก็อาจจะช่วยให้มีคนใช้ระบบของกูเกิลเพิ่มขึ้นได้"

วันเสาร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2554

อุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย


อุทยานแห่งชาติภูกระดึง   อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ตั้งอยู่ที่อำเภอภูกระดึงในจังหวัดเลย เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศไทย ในแต่ละปีมีคนมาเที่ยวเฉลี่ยหลายหมื่นคน. ภูกระดึงได้รับการจัดตั้งเป็นป่าสงวนแห่งชาติในปี พ.ศ. 2486 และเป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2502 โดยเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่สองถัดจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่  อุทยานตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ครอบคลุมพื้นที่ 348.12 ตารางกิโลเมตร (217,575 ไร่) ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาหินทรายยอดตัด โดยมีที่ราบบนยอดภูกระดึง ประมาณ 60 ตารางกิโลเมตร (37,500 ไร่) มีความสูงอยู่ระหว่าง 400-1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร

            ภูกระดึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีธรรมชาติที่นักท่องเที่ยวประทับใจหลายประการ ไม่ว่าจะเป็น ความสวยงามของการชมทิวทัศน์มาจากที่ราบสูง เช่น การชมพระอาทิตย์อัสดงที่ผาหล่มสัก, การสำรวจพรรณไม้นานาชนิด เช่น ไฟเดือนห้าที่แดงสด และดงป่าสนอันกว้างใหญ่, หรือธรรมชาติชนิดอื่น ๆ เช่น การชมน้ำตกที่น้ำตกขุนพอง เป็นต้น. ในช่วงวันหยุดยาว มักมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปพักผ่อนบนภูกระดึงราวหนึ่งหมื่นคน โดยส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวแต่ละกลุ่มจะสามารถแบ่งการเที่ยวตามเวลาที่มีได้ เช่น หากมี 4 วันที่ภูกระดึง คือเดินทางขึ้น 1 วัน ท่องน้ำตก 1 วัน เลียบผา 1 วัน ลง 1 วัน หากมี 3 วันก็เดินทางขึ้น 1 วัน เที่ยว 1 วัน ลง 1 วัน โดยเลือกท่องเที่ยวได้ หากมีสุขภาพที่ดีพอก็สามารถเดินเที่ยวเส้นน้ำตกพร้อมกับเส้นหน้าผาได้ภายใน วันเดียว แต่จะไม่เหมาะกับผู้มีสุขภาพไม่ดีนัก

ลักษณะภูมิอากาศ

ภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติภูกระดึงบริเวณที่ระดับต่ำตามเชิงเขา มีสภาพโดยทั่วไปใกล้เคียงกับบริเวณอื่นๆ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยได้รับอิทธิพลจากลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้และมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนตุลาคม ฝนตกชุกที่สุดระหว่างเดือนสิงหาคม-กันยายน อุณหภูมิเฉลี่ยรายปี 26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิต่ำสุดในเดือนมกราคม และอุณหภูมิสูงสุดในเดือนเมษายน สภาพอากาศทั่วไปบนยอดภูกระดึง แตกต่างจากสภาพอากาศในที่ราบต่ำเป็นอย่างมาก โดยปริมาณน้ำฝนจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณไม่ต่ำกว่าร้อยละ 30 ของปริมาณน้ำฝนบนที่ต่ำ เนื่องจากอิทธิพลของเมฆ/หมอกที่ปกคลุมยอดภูกระดึงเป็นเนืองนิจ ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคมอุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยระหว่าง 0-10 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยระหว่าง 21-24 องศาเซลเซียส ส่วนในฤดูร้อนระหว่างเดือนมีนาคม-เมษายน อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ยระหว่าง 12-19 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุดเฉลี่ยระหว่าง 23-30 องศาเซลเซียส อากาศบนยอดภูกระดึงมักจะแปรปรวน มีเมฆหมอก ลอยต่ำปกคลุมบ่อยครั้ง อากาศจึงค่อนข้างเย็นตลอดปี

เส้นทางขึ้นไปยังยอดเขาภูกระดึง


เส้นทางที่ได้รับความนิยมมากที่สุด นักท่องเที่ยวสามารถขึ้นเขาในเส้นทางนี้ได้ที่อำเภอภูกระดึง ณ ที่ทำการอุทยาน ในเส้นทางขึ้นจะมีบริเวณที่พักหลายช่วง โดยแต่ละช่วงจะเรียกว่า ซำ ซึ่งหมายถึงบริเวณที่มีน้ำขัง มักเป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่ามาพักกินน้ำ ปัจจุบันนักท่องเที่ยวจะต้องผ่านทั้งหมด 7 ซำ ไล่ตามความสูง จากน้อยไปมากได้ดังนี้




 


* ซำแฮก คำว่า แฮก นักท่องเที่ยวทั่วไปมักล้อเลียนว่ามีความหมายถึงอาการหอบ (ซึ่งคนเรามักจะออกเสียง แฮกๆ) แต่ในความเป็นจริงแล้ว คำว่า แฮก นี้หมายถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในภาษาท้องถิ่น. ระยะทางที่ต้องเดินจากที่ทำการไปยังซำแฮกยาวประมาณ 1 กิโลเมตร
* ซำบอน หมายถึงบริเวณที่ต้นบอนขึ้นอยู่มาก ระยะทางที่ต้องเดินจากซำแฮกไปยังซำบอนยาวประมาณ 700 เมตร
* ซำกกกอก หมายถึงบริเวณที่ต้นมะกอกขึ้นอยู่มาก ระยะทางที่ต้องเดินจากซำบอนไปยังซำกกกอกยาวประมาณ 360 เมตร
* ซำกกหว้า หมายถึงบริเวณที่ต้นหว้าขึ้นอยู่มาก ระยะทางที่ต้องเดินจากซำกกกอกไปยังซำกกหว้ายาวประมาณ 880 เมตร
* ซำกกไผ่ หมายถึงบริเวณที่ต้นไผ่ขึ้นอยู่มาก ระยะทางที่ต้องเดินจากซำกกหว้าไปยังซำกกไผ่ยาวประมาณ 580 เมตร
* ซำกกโดน หมายถึงบริเวณที่ ต้นกระโดน ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นทางอีสานขึ้นอยู่ ระยะทางที่ต้องเดินจากซำกกไผ่ไปยังซำกกโดนยาวประมาณ 300 เมตร
* ซำแคร่ ระยะทางที่ต้องเดินจากซำกกโดนไปยังซำแคร่ยาวประมาณ 588 เมตร
โดยนักท่องเที่ยวจะต้องเริ่มจากที่ทำการไปยังซำแฮก และเดินขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงซำแคร่. ในแต่ละซำจะมีร้านค้าคอยให้บริการนักท่องเที่ยวเพื่อพักรับประทานอาหารหรือ เครื่องดื่ม และห้องน้ำ. โดยหลังจากซำแคร่ซึ่งเป็นซำสุดท้ายนักท่องเที่ยวก็ต้องขึ้นไปอีกประมาณ 1020 เมตร เพื่อเข้าสู่ยอดเขาในส่วนที่เรียกกันว่าหลังแป. ทางที่จะขึ้นไปยัง ซำแฮก และ หลังแป จะเป็นเส้นทางที่มีความชันมากที่สุด. หลังจากขึ้นถึงหลังแป, นักท่องเที่ยวต้องเดินทางราบอีกประมาณ 3.6 กิโลเมตรเพื่อไปยังศูนย์บริการนักท่องเที่ยวบนยอดเขา เพื่อตั้งเต๊นท์ หรือ ที่พักอาศัยอื่นๆ ณ จุดยอดเขานี้นักท่องเที่ยวจะสังเกตเห็นป่าสนมากมายเรียงรายกันตลอดทาง


ดอย อินทนนท์ จ.เชียงใหม่



                    ดอย อินทนนท์ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อำเภอดอยหล่อ อำเภอจอมทองและอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีดอยอินทนนท์ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทย ในวันที 13 เดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2521 คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ได้ประกาศให้ดอยอินทนนท์เป็นอุทยานแห่งชาติ สภาพป่าเป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย และเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำปิงที่ให้พลังงานไฟฟ้าที่เขื่อนภูมิพล มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตกต่างๆ โดยเฉพาะน้ำตกแม่ยะ ที่ได้ชื่อว่าสวยที่สุดของประเทศ สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์มีเนื้อที่ประมาณ 482.4 ตารางกิโลเมตร หรือ 301,500 ไร่ สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย สภาพภูมิประเทศทั่วไปประกอบด้วยภูเขาสลับซับซ้อน มีดอยอินทนนท์เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด สูงจาก ระดับน้ำทะเล 2,565 เมตร ยอดเขาที่มีระดับสูงรองลงมาคือ ดอยหัวมดหลวง สูงจากระดับน้ำทะเล 2,330 เมตร ป่าอินทนนท์นี้เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำแม่กลาง แม่ป่าก่อ แม่ปอน แม่หอย แม่ยะ แม่แจ่ม แม่ขาน และเป็นส่วนหนึ่งของต้นน้ำแม่ปิงที่ให้พลังงานไฟฟ้าที่เขื่อนภูมิพล
การเดินทาง : ทางรถยนต์
จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามถนนสายเชียงใหม่ - ฮอด ประมาณ หลักกิโลเมตรที่ 58 ก่อนถึงตลาด อำเภอจอมทอง มีถนนแยกไป ทางขวา คือ ถนนสายจอมทอง - ดอยอินทนนท์ ซึ่งมีระยะทาง ถึงยอดดอยประมาณ 48 กิโลเมตร ซึ่งที่ทำการเขตจะอยู่ บริเวณ
หลัก กม. ที่ 31

ทางรถโดยสารประจำทาง
จากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปยังอำเภอจอมทอง ระยะทาง 60 กิโลเมตร มีรถยนต์โดยสารขนาดเล็ก สีเหลือง และรถยนต์โดยสารประจำทาง สีน้ำเงิน จอดรอรับผู้โดยสาร อยู่บริเวณคิวรถ ที่บริเวณประตูเชียงใหม่ จากอำเภอจอมทอง มีรถยนต์โดยสารขนาดเล็ก สีเหลือง จอดรอรับผู้โดยสารอยู่บริเวณคิวรถ ในตลาดอำเภอจอมทอง

หมู่เกาะพีพี จ.กระบี่

 





หมู่เกาะพีพี  อุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ ธารา-หมู่เกาะพีพี ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ในทะเลอันดามันด้านทิศตะวันตกของภาคใต้ สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่มีลักษณะสวยงามตามธรรมชาติ รอบ ๆ เกาะมีปะการัง กัลปังหา ทิวทัศน์ใต้ทะเลที่งดงาม และเอกลักษณ์ทางธรรมชาติคือภูเขาหินปูนที่มีหน้าผาเป็นชั้น ๆ ถ้ำที่สวยงาม ตลอดจนชายหาดยาวสะอาด สุสานหอย 40 ล้านปี ซึ่งมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 389.96 ตารางกิโลเมตร หรือ 243,725 ไร่


         หมู่เกาะพีพี" เป็นหมู่เกาะกลางทะเล อยู่ห่างจากอำเภอเมือง 42 กิโลเมตร เดิมชาวทะเลเรียกหมู่เกาะนี้ว่า "ปูเลาปิอาปิ" คำว่า "ปูเลา" แปลว่า เกาะ คำว่า "ปิอาปิ" แปลว่า ต้นไม้ทะเลชนิดหนึ่งจำพวกแสม และโกงกาง ต่อมาเรียกว่า "ต้นปีปี" ซึ่งภายหลังกลายเสียงเป็น "พีพี" ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรแห่งบุปผาใต้สมุทร นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวหมู่เกาะนี้ ส่วนใหญ่มาเพื่อดำน้ำดูปะการัง ดอกไม้ทะเล และปลาหลากสีที่มีสีสันสวยงาม นอกจากนี้ ยังมีเกาะต่างๆ ที่อยู่ระหว่างเส้นทางเดินเรือ กระบี่ – ภูเก็ต - หมู่เกาะพีพี ประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะ คือ เกาะพีพีเล เกาะพีพีดอน เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะบิดะนอก และเกาะบิดะใน ว่าแล้ว... เราไปดูกันเลยดีกว่าว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของหมู่เกาะพีพีมีที่ไหนกันบ้าง... 
         
เกาะพีพีดอน
      เริ่มกันที่ "เกาะพีพีดอน" มีพื้นที่ประมาณ 28 ตารางกิโลเมตร จุดเด่นของเกาะคือ เวิ้งอ่าวคู่ที่มีความสวยงามติดอันดับโลกของอ่าวต้นไทรและอ่าวโละดาลัม ทั้งนี้ อ่าวต้นไทรเป็นที่ตั้งของท่าเรือเกาะพีพี และมีสถานที่พักและร้านค้าจำนวนมาก จากอ่าวต้นไทรสามารถเดินขึ้นเขาไปยังจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเวิ้งอ่าวคู่ได้ อย่างไรก็ตาม เกาะพีพีดอนยังมีหาดทรายและอ่าวที่สวยงามกระจายอยู่รอบเกาะ บางแห่งมีที่พักบริการ เช่น หาดแหลมหิน หาดยาว อ่าวโละบาเกา ทางเหนือของเกาะคือ แหลมตง เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวเลประมาณ 15 - 20 ครอบครัว ส่วนใหญ่อพยพมาจากเกาะลิเป๊ะ ในอุทยานแห่งชาติตะรุเตาที่จังหวัดสตูล บริเวณแหลมตงมีธรรมชาติใต้ทะเลที่สวยงามและบนหาดยังมีที่พักไว้ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย

"เกาะพีพีเล" มีพื้นที่เพียง 6.6 ตารางกิโลเมตร เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยภูเขาหินปูน มีหน้าผาสูงชันตั้งฉากกับผิวทะเลโดยรอบเกือบทั้งเกาะ มีพื้นน้ำลึกเฉลี่ยประมาณ 20 เมตร มีบริเวณน้ำลึกที่สุดประมาณ 34 เมตรอยู่ทางตอนใต้ของเกาะ เกาะแห่งนี้มีเวิ้งอ่าวสวยงาม อาทิ อ่าวปิเละ อ่าวมาหยา อ่าวโละซามะ นอกจากนี้ ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือยังมีถ้ำไวกิ้ง เมื่อปี พ.ศ. 2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จประพาสถ้ำแห่งนี้ และทรงพระราชทานนามใหม่ว่า "ถ้ำพญานาค" ตามรูปร่างหินก้อนหนึ่งที่คล้ายเศียรพญานาค อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านที่มาเก็บรังนกนางแอ่นบนเกาะแห่งนี้ ภายในถ้ำทางทิศตะวันออกและทิศใต้ พบภาพเขียนสีสมัยประวัติศาสตร์ เป็นรูปช้างและรูปเรือชนิดต่างๆ เช่น เรือใบยุโรป เรือใบอาหรับ เรือสำเภา เรือกำปั่น เรือใบใช้กังหัน และเรือกลไฟ เป็นต้น สันนิษฐานว่าภาพเขียนเหล่านี้เป็นฝีมือของนักเดินเรือหรือพวกโจรสลัด เพราะจากการศึกษาเส้นทางเดินเรือจากฝั่งตะวันตกไปยังฝั่งตะวันออก บริเวณนี้อาจเป็นจุดที่เรือสามารถแวะพักหลบลมมรสุมขนถ่ายสินค้าหรือซ่อมแซมเรือได้  
เกาะพีพีเล


 "เกาะยูง" ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะพีพีดอน มีชายหาดเป็นหาดหินอยู่ทางด้านทิศตะวันออก และมีหาดทรายเล็กน้อยตามหลืบเขา นอกจากนี้ ยังมีแนวปะการังสวยงามชนิดต่างๆ และ
"เกาะไม้ไผ่" ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะพีพีดอน ไม่ไกลจากเกาะยูงเท่าใดนัก ด้านทิศเหนือและทิศตะวันออกมีหาดทรายสวยงาม และแนวปะการัง ซึ่งส่วนมากเป็นแนวปะการังเขากวางทอดยาวไปถึงทางทิศใต้ของเกาะ นอกจากนี้ บนเกาะยังมีสถานที่กางเต็นท์ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย

การเดินทางไปหมู่เกาะพีพี   นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางไปยังหมู่เกาะพีพีได้ทั้งจากกระบี่และภูเก็ต จากท่าเรือจิหลาด ในตัวเมืองกระบี่ มีเรือโดยสารออกจากกระบี่ไปเกาะพีพี วันละ 2 เที่ยว เวลา 10.00 น. และ 15.00 น. และจากเกาะพีพีกลับกระบี่ เรือออกเวลา 09.00 น. และ 14.00 น. ค่าโดยสารคนละ 350 บาท ใช้เวลาเดินทางประมาณสองชั่วโมงครึ่ง และมีเรือเร็วนำเที่ยวเช้าไปเย็นกลับ ออกจากอ่าวนาง เวลา 09.00 น. และกลับเวลา 17.00 น.          ส่วนการเดินทางจากภูเก็ตมีเรือนำเที่ยวเกาะพีพี แบบเช้าไปเย็นกลับ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อได้ที่บริษัททัวร์ทั่วไปในตัวเมืองภูเก็ต นอกจากนี้ บริเวณอ่าวต้นไทรบนเกาะพีพีดอน ยังมีเรือหางยาวให้เช่าไปเที่ยวตามชายหาดต่างๆ รวมถึงเกาะพีพีเลด้วย 



เกาะพีพี
เกาะยูง

 





เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี


เกาะสมุย เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย เดิมเกาะสมุยมีชื่อเสียงในฐานะเป็นแหล่งปลูกมะพร้าว ปัจจุบันเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศที่ชาวต่างประเทศนิยมเดินทางมาท่อง เที่ยว มีร้านค้า โรงแรม และสถานบันเทิงต่าง ๆ มากมาย สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย หาดที่เป็นที่เชิดหน้าชูตาของคนเกาะสมุย คือ หาดเฉวง บริเวณชายหาดยาวประมาณ 7 กิโลเมตร ถ้าได้ลงมือเดินตั้งแต่ต้นหาดจนกระทั่งถึงปลายหาดจะใช้เวลาประมาณถึง 2 ชั่วโมง เพราะการเดินบนผืนทรายไม่เหมือนการเดินบนพื้นดินปรกติ สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย หาดที่มีความสวยงามเป็นอันดับรองลงมา คือ หาดละไม หาดเชิงมนต์ แหลมโจรคร่ำ หาดท้องยาง หาดหน้าทอน หาดพังกา และหาดตลิ่งงาม นอกจากธรรมชาติที่สวยงามของอำเภอเกาะสมุยแล้ว ยังมีกิจกรรมอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก คือ "สปา" หรือการดูแลรักษาสุขภาพโดยการใช้น้ำบำบัด เช่น การอาบ-การแช่น้ำแร่หรือน้ำร้อน
การเดินทางไปเกาะสมุย
หากมีการเริ่มเดินทางจากกรุงเทพใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 4 (สายพุทธมณฑล) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อถึงชุมพรเปลี่ยนมาใช้เส้นทางหลวงหมายเลข41ผ่านอำเภอหลังสวนถึงอำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมระยะทางประมาณ 644 กิโลเมตร การเดินทางด้วยวิธีนี้ นักท่องเที่ยวสามารถนำรถยนต์ข้ามไปขับบนเกาะสมุยได้ โดยบรรทุกกับเรือเฟอร์รี่ที่จอดเทียบท่าอยู่คือ ท่าเรือดอนสัก(สุราษฎร์ธานี) ท่าเรือเฟอร์รี่ดอนสัก อยู่ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ฯ
ประมาณ 9 กิโลเมตร บริการโดยบริษัทราชาเฟอร์รี่ จำกัด มีเรือให้บริการทั้งไปและกลับวันละหลายๆเที่ยว เรือออก ทุกชั่วโมง เส้นทางดอนสัก-สมุย เที่ยวแรกออกเวลา 08.00น.เที่ยวสุดท้ายเวลา 19.00น. โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 1ชั่วโมง 30 นาที ถึงเกาะสมุย เรือจอดเทียบท่าเรือเฟอร์รี่เกาะสมุย เที่ยวกลับเส้นทาง เกาะสมุย-ดอนสัก เที่ยวแรก ออกเวลา6.00น.เที่ยวสุดท้าย 19.00น.

หาดป่าตอง จ.ภูเก็ต

หาดป่าตองอีกหนึ่งชายหาดยอดนิยมของจังหวัดภูเก็ต และเป็นแหล่งศูนย์กลางการท่องเที่ยวและที่พัก นักท่องเที่ยวตางชาติส่วนใหญ่มักรู้จักหาดนี้จากการท่องราตรีในซอยบางลา  ชายหาดมีความนุ่มนวล ขาวสะอาด สวยงามเป็นอย่างมาก มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย มีโรงแรม ร้านอาหาร ธนาคาร สวนสาธารณะ แหล่งบันเทิง ศูนย์การค้าและสินค้าพื้นเมือง ชายหาดมีความยาวราว 1.5 กิโลเมตร
  
ที่ตั้ง สถานที่ท่องเที่ยวหาดป่าตอง อยู่ห่างจากตัวเมืองภูเก็ตไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ 15 กิโลเมตร นับว่าเป็น สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย หาดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของภูเก็ต เป็นชายหาด สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่เพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น โรงแรม ร้านอาหาร ร้านดำน้ำ ร้านขายอุปกรณ์กีฬาทางน้ำ และอื่น ๆ อีกมากมาย ไว้คอยบริการแก่นักท่องเที่ยว ด้วยชายหาดที่มีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ป่าตองจึงเป็น สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่มีผู้นิยมมาเยือนมากที่สุด หาดป่าตองถูกถล่มโดยคลื่นสึนามิในเหตุการณ์แผ่นดินไหวในมหาสมุทรอินเดีย เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2547ปัจจุบัน หาดป่าตองเป็นหนึ่งในชายหาดสำคัญที่ได้รับการติดตั้งระบบเตือนภัยสึนามิ มีการซักซ้อมการอพยพและการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวอยู่อย่างสม่ำเสมอ เป็นระยะๆ  ตามเส้นทางถนนวิชิตสงครามหรือทางหลวง 4020 ประมาณ 9 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวง 4029 อีก 6 กิโลเมตร หาดป่าตอง มีลักษณะเป็นอ่าวโค้งกว้าง เหมาะสำหรับการเล่นกีฬาทางน้ำทุกชนิด และนับเป็นหาดที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากที่สุดในภูเก็ต อาทิ สถานที่พัก ศูนย์การค้า แหล่งบันเทิง เป็นต้น

การเดินทาง
คุณสามารถเดินทางไปหาดป่าตองได้หลายวิธีโดยสามารถตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้


 

พระธาตุพนม จังหวัดนครพนม

           พระธาตุพนม ประดิษฐานอยู่ วัดพระธาตุพนมวรวิหาร ริมฝั่งแม่น้ำโขง ตำบล และอำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม สถานที่ประดิษฐานองค์พระธาตุ อยู่บนภูกำพร้า หรือดอยกำพร้า ภาษาบาลีว่า กปณบรรพตหรือ กปณคีรี ริมฝั่งแม่น้ำขลนที อันเป็นเขตแขวงนครศรีโคตบูรโบราณ
           ตามตำนานพระธาตุพนม ในอุรังคนิทานกล่าวว่า สมัยหนึ่งในปัจฉิมโพธิกาล พระพุทธเจ้า พร้อมทั้งพระอานนท์ ได้เสด็จมาทางทิศตะวันออก โดยทางอากาศ ได้มาลงที่ดอนกอนเนา แล้วเสด็จไปหนองคันแทเสื้อน้ำ (เวียงจันทน์) ได้พยากรณ์ไว้ว่า ในอนาคตจะเกิดบ้านเมืองใหญ่ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธศาสนา จากนั้นได้เสด็จไปตามลำดับ ได้ทรงประทานรอยพระพุทธบาทไว้ที่ โพนฉัน (พระบาทโพนฉัน) อยู่ตรงข้ามอำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย แล้วเสด็จมาที่ พระบาทเวินปลา ซึ่งอยู่เหนือเมืองนครพนมปัจจุบัน ได้ทรงพยากรณ์ที่ตั้งเมืองมรุกขนคร (นครพนม) และได้ประทับพักแรมที่ภูกำพร้าหนึ่งคืน วันรุ่งขึ้นเสด็จข้ามแม่น้ำโขง ไปบิณฑบาตที่เมืองศรีโคตบูร พักอยู่ที่ร่มต้นรังต้นหนึ่ง (พระธาตุอิงฮังเมืองสุวรรณเขต) แล้วกลับมาทำภัตกิจ (ฉันอาหาร) ที่ภูกำพร้าโดยทางอากาศ

           พญาอินทร์ได้เสด็จมาเฝ้าและทูลถามพระพุทธองค์ ถึงเหตุที่มาประทับที่ภูกำพร้า พระพุทธองค์ได้ตรัสว่า เป็นประเพณีของพระพุทธเจ้าทั้ง 3 พระองค์ ในภัททกัลป์ที่นิพพาน  ไปแล้ว บรรดาสาวกจะนำพระบรมสารีริกธาตุ มาบรรจุไว้ที่ภูกำพร้า พระพุทธองค์เมื่อนิพพานแล้ว พระมหากัสสปะ ผู้เป็นสาวก ก็จะนำเอาพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ ณ ที่นี้เช่นกัน จากนั้นพระพุทธองค์ก็ได้ทรงปรารภถึงเมืองศรีโคตบูร และมรุกขนคร แล้วเสด็จไปหนองหารหลวง ได้ทรงเทศนาโปรดพญาสุวรรณพิงคาระ และพระเทวี ประทานรอยพระพุทธบาทไว้ ณ ที่นั้น แล้วเสด็จกลับพระเชตวัน หลังจากนั้นก็เสด็จปรินิพพานที่เมืองกุสินารา

         เมื่อพระพุทธองค์เสด็จปรินิพพานแล้ว มัลลกษัตริย์ทั้งหลายได้ถวายพระเพลิงพระสรีระ แต่ไม่สำเร็จ จนเมื่อพระมหากัสสปะมาถึงได้อธิษฐานว่า พระธาตุองค์ใดที่จะอัญเชิญไปประดิษฐานที่ภูกำพร้า ขอพระธาตุองค์นั้นเสด็จมาอยู่บนฝ่ามือ ดังนี้แล้ว พระอุรังคธาตุ ก็เสด็จมาอยู่บนฝ่ามือขวาของพระมหากัสสปะ ขณะนั้นไฟธาตุก็ลุกขึ้นโชติช่วง เผาพระสรีระได้เองเป็นอัศจรรย์  เมื่อถวายพระเพลิงและแจกพระบรมสารีริกธาตุเสร็จเรียบร้อยแล้ว พระมหากัสสปะพร้อมด้วยพระอรหันต์ 500 องค์ ก็ได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุ มาทางอากาศ แล้วมาลงที่ดอยแท่น (ภูเพ็กในปัจจุบัน) จากนั้นได้ไปบิณฑบาตที่เมืองหนองหารหลวง เพื่อบอกกล่าวแก่พญาสุวรรณพิงคาระ  ตำนานตอนนี้ตรงกับตำนานพระธาตุเชิงชุม และพระธาตุนารายณ์เจงเวง ซึ่งมีรายละเอียดอยู่แล้ว  เมื่อพญาทั้ง 5 ซึ่งอยู่ ณ เมืองต่าง ๆ อันได้แก่ พญานันทเสน แห่งเมืองศรีโคตบูร พญาจุลณีพรหมทัต พญาอินทปัตถนคร พญาคำแดง แห่งเมืองหนองหารน้อย และพญาสุวรรณพิงคาระ แห่งเมืองหนองหารหลวง ได้พากันปั้นดินดิบก่อแล้วเผาไฟ ตามคำแนะนำของพระมหากัสสปะ แบบพิมพ์ดินกว้างยาวเท่ากับฝ่ามือพระมหากัสสปะ   ครั้นปั้นดินเสร็จแล้วก็พากันขุดหลุมกว้าง 2 วา ลึก 2 ศอก เท่ากันทั้ง 4 ด้าน เมื่อก่อดินขึ้นเป็นรูปเตา 4 เหลี่ยม สูง 1 วา โดยพญาทั้ง 4 แล้ว พญาสุวรรณภิงคาระก็ได้ก่อส่วนบน โดยรวมยอดเข้าเป็นรูปฝาปารมีสูง 1 วา รวมความสูงทั้งสิ้น 2 วา แล้วทำประตูเตาไฟทั้ง 4 ด้าน เอาไม้จวง จันทน์ กฤษณา กระลำพัก คันธรส ชมพู นิโครธ และไม้รัง มาเป็นพื้น ทำการเผาอยู่ 3 วัน 3 คืน เมื่อสุกแล้วจึงเอาหินหมากคอยกลางโคก มาถมหลุม เมื่อสร้างอุโมงค์ดังกล่าวเสร็จแล้ว พญาทั้ง 5 ก็ได้บริจาคของมีค่าบรรจุไว้ในอุโมงค์เป็นพุทธบูชา
              จากนั้น พระมหากัสสปะ ก็ได้อัญเชิญพระอุรังคธาตุ เข้าบรรจุภายในที่อันสมควร แล้วให้ปิดประตูอุโมงค์ไว้ทั้ง 4 ด้าน โดยสร้างประตูด้วยไม้ประดู่ ใส่ดาลปิดไว้ทั้ง 4 ด้าน แล้วให้คนไปนำเอาเสาศิลาจากเมืองกุสินารา 1 ต้น มาฝังไว้ที่มุมเหนือตะวันออก แปลงรูปอัศมุขี (ยักษิณีหน้าเป็นม้า) ไว้โคนต้นเพื่อเป็นหลักชัยมงคลแก่บ้านเมืองในชมพูทวีป นำเอาเสาศิลาจากเมืองพาราณสี 1 ต้น ฝังไว้มุมใต้ตะวันออก แปลงรูปอัศมุขีไว้โคนต้น เพื่อหมายมงคลแก่โลก นำเอาเสาศิลาจากเมืองตักศิลา 1 ต้น ฝังไว้มุมเหนือตะวันตก พญาสุวรรณพิงคาระให้สร้างรูปม้าอาชาไนยไว้ตัวหนึ่ง หันหน้าไปทางทิศเหนือ เพื่อแสดงว่าพระบรมธาตุเสด็จออกมาทางทิศทางนั้น และพระพุทธศาสนาจักเจริญรุ่งเรืองจากเหนือเจือมาใต้ พระมหากัสสปะให้สร้างม้าพลาหกไว้ตัวหนึ่ง คู่กัน หันหน้าไปทางทิศเหนือ เพื่อเป็นปริศนาว่า พญาศรีโคตบูรจักได้สถาปนาพระอุรังคธาตุไว้ตราบเท่า 5,000 พระวัสสา  เกิดทางใต้และขึ้นไปทางเหนือ เสาอินทขีล ศิลาทั้ง 4 ต้น ยังปรากฏอยู่ 2 ต้น ทางทิศตะวันออก ส่วนอีก 2 ต้น ได้ก่อหอระฆังหุ้มไว้ ส่วนม้าศิลาทั้ง 2 ตัว ก็ยัง
           พระธาตุพนม ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์มาตามลำดับ การบูรณะครั้งแรกและครั้งที่สอง ไม่ได้บันทึกปีที่บูรณะไว้  การบูรณะครั้งที่สามเมื่อปี พ.ศ. 2157  ครั้งที่สี่เมื่อปี พ.ศ. 2233  ครั้งที่ 5 เมื่อปี พ.ศ. 2349  ครั้งที่ 6 เมื่อปี พ.ศ. 2444 เป็นการบูรณะครั้งใหญ่ และต่อจากนั้นมาก็มีการบูรณะทั่วไป เช่น บริเวณโดยรอบพระธาตุ
ได้มีพิธียกฉัตรทองคำขึ้นประดิษฐานไว้ที่ยอดองค์พระธาตุ และนำฉัตรเก่ามาเก็บไว้ เมื่อปี พ.ศ. 2497 มีพุทธศาสนิกชนจากดินแดนสองริมฝั่งโขงทั้ง ไทยและลาว หลั่งไหลมาร่วมมงคลสันนิบาต และนมัสการองค์พระธาตุเป็นเวลาถึงหนึ่งเดือน
          ปรากฏอยู่ถึงปัจจุบัน  เมื่อปี พ.ศ. 2518 องค์พระธาตุพนมชำรุดล้มลง ทางราชการได้ดำเนินการก่อสร้างขึ้นใหม่ ให้คงสภาพเดิม ภายในปีเดียวกัน และได้ยืนยงคงอยู่มาจนถึงทุกวันนี้  งานนมัสการพระธาตุพนมประจำปี เริ่มตั้งแต่วันขึ้น 12 ค่ำ ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3
คำนมัสการพระธาตุพนมมีดังนี้
"กปณคิริสฺมิ ปพฺพเต มหากสฺสเปน ฐาปิตํ พุทฺธอุรงฺคธาตุ สิรสา นมามิ"
แปลว่า "ข้าพเจ้าขอนมัสการ พระบรมอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่พระมหากัสสปเถระเจ้า นำมาฐาปนาไว้ ณ ภูกำพร้า ด้วยเศียรเกล้า"

อุทยานแห่งชาติภูลังกา จังหวัดนครพนม


  

         

       
ลักษณะภูมิประเทศ
มีลักษณะเป็นภูเขาเรียงซ้อนกันตามแนวแม่น้ำโขง คือ ภูลังกาเหนือ ภูลังกากลาง และภูลังกาใต้ ทอดยาวตามแนวทิศเหนือกับทิศใต้และสลับด้วยเทือกเขาขนาดเล็กหลายลูกสลับซับซ้อนกันพร้อมทั้งทอดยาวตามแนวลำน้ำโขง มีความสูงจากระดับน้ำทะเล ที่จุดสูงสุดบนภูลังกาเหนือ สูง 563 เมตรจากระดับน้ำทะเล สภาพโดยทั่วไปของพื้นที่เป็นภูเขาหินทราย โดยแบ่งชั้นหินที่สำคัญออกเป็น 3 หมวด คือ หมวดหินโคราช หมวดหินภูพาน และหมวดหินภูกระดึง ลักษณะดินจะเป็นดินทรายมีการพังทลายปานกลาง ภูลังกาเป็นต้นกำเนิดของห้วยต่างๆ หลายสาย เช่น ห้วยทรายเหนือ ห้วยซ่าน ห้วยยางนกเหาะ หวยลังกา ห้วยขาม และห้วยทรายใต้ ซึ่งมีความสำคัญมากสำหรับราษฎรในที่ราบที่อยู่ใกล้เคียงในการทำการเกษตรกรรม และไหลลงสู่แม่น้ำโขง ที่อำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม
ลักษณะภูมิอากาศ
ในพื้นที่มีสภาพภูมิอากาศ โดยทั่วๆ ไปแล้วจะมีสภาพอากาศใกล้เคียงกับบริเวณอื่นๆของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนสภาพอากาศบนยอดเขาจะมีลักษณะเป็นหิน ฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวจัด ประมาณ 0-5 องศาเซลเซียส โดยอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 25-36 องศาเซลเซียส ฤดูฝนมีปริมาณน้ำมาก ประมาณ 1,860 มิลลิเมตรต่อปี
พืชพรรณและสัตว์ป่า
พื้นที่อุทยานแห่งชาติภูลังกาปกคลุมด้วยป่าดิบแล้ง ป่าเบญจพรรณ และป่าเต็งรัง ดอกไม้ป่าที่มีอยู่โดยทั่วไป โดยเฉพาะกล้วยไม้ป่า รองเท้าแตะนารี เท่าที่พบในปัจจุบันส่วนมากจะเป็นกล้วยไม้ตระกูลหวายและแดงอุบล นอกจากนั้นภูลังกายังเป็นแหล่งสมุนไพรต่างๆ และว่านนานาชนิด

ภูลังกาในปัจจุบันเท่าที่พบและได้ข้อมูลจากชาวบ้าน ปรากฏว่ายังมีสัตว์ป่าประเภทสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น หมูป่า ลิง อีเห็น เก้ง อยู่เป็นจำนวนมาก พร้อมทั้ง กระรอก กระแต บ่าง และนอกจากนี้ยังมีสัตว์ปีกจำพวกนกต่างๆ หลายชนิด ที่เด่นๆ อีกจำพวกหนึ่งคือ สัตว์เลื้อยคลาน ได้แก่ กระท่าง และงู อีกหลายๆ ชนิด

อุทยานแห่งชาติภูลังกา มีช่วงเวลาที่เหมาะสมในการท่องเที่ยวระหว่างเดือนมีนาคม-ตุลาคม และมีแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจดังนี้           
                                                               น้ำตกตาดขาม
                                
เกิดจากลำธารหลายสายบนยอดเขาไหลมาบรรจบกันเป็นลำห้วยขาม เป็นน้ำตกที่ไม่สูงนัก และบริเวณใกล้ๆ มีลานหินเล็กๆ สำหรับพักผ่อน มีน้ำตกไหลเป็นชั้นๆ จำนวน 4 ชั้น เฉพาะชั้นสุดท้ายจะมีแอ่งน้ำขังตลอดปี น้ำตกตาดขาม เป็นที่รู้จักของประชาชนจังหวัดใกล้เคียง เช่น หนองคาย สกลนคร อุดรธานี ฯลฯ มีประชาชนเดินทางมาเที่ยวชมทุกๆ วัน วันละประมาณ 100 คน โดยเฉลี่ยและวันหยุดต่างๆ จะมีไม่น้อยกว่า 400-500 คน
กิจกรรม -เที่ยวน้ำตก

หน้าผา
ภูลังกาเป็นภูเขาที่อยู่โดดเดี่ยว มีหน้าผาที่สวยงามสองด้านคือ ด้านภูลังกาใต้และภูลังกาเหนือ ด้านบนภูลังกามีลานหินกว้างอยู่หลายแห่งที่สวยงามแปลกตา
กิจกรรม -ชมทิวทัศน์


น้ำตกตาดโพธิ์ มีน้ำตกไหลเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นสูงไม่น้อยกว่า 10 เมตร โดยเฉพาะชั้นที่ 2 มีความสูงถึง 30 เมตร ซึ่งในฤดูฝนสามารถมองเห็นได้จากถนนสายนครพนม-หนองคาย โดยเห็นได้ชัดเจนและมีความสวยงาม
กิจกรรม -เที่ยวน้ำตก - เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา








ปฎิมากรรมหินบนภูลังกา
มีหินที่มีลักษณะน่าสนใจอยู่หลายแห่ง เช่น กองข้าวสีบุญเนาเป็นหินที่มีลักษณะคล้ายกองข้าว และมีร่องรอยดูคล้ายทางเกวียนอยู่ใกล้เคียงกัน อีกแห่งหนึ่ง คือ โคกตะละปัด ซึ่งมีลานหินกว้างๆ สวยงาม มีรูปรอยการแกะสลักหิน ก้อนหินที่ถูกแกะมีรูปร่างเหมือนตะละปัด
กิจกรรม -ชมทิวทัศน์ - เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา
ถ้ำ
ถ้ำต่างๆ ถ้ำที่สวยงามใหญ่และน่าสนใจ ได้แก่ ถ้ำยา ถ้ำพ่อหง่า ถ้ำตาทัด ถ้ำเกีย และถ้ำอาจารย์วัง
กิจกรรม -เที่ยวถ้ำ/ธรณีวิทยา
สถานที่ติดต่อ
อุทยานแห่งชาติภูลังกา
ต. นางัว อ. บ้านแพง จ. นครพนม 48140 
การเดินทาง
รถยนต์
ภูลังกาตั้งขนานกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 212 (นครพนม-บ้านแพง-หนองคาน) ประมาณ 105 กิโลเมตร ห่างจากก้าวจังหวัดหนองคาย 220 กิโลเมตร ห่างจากตัวอำเภอบ้านแพงประมาณ 6 กิโลเมตร การเดินทางไปภูลังกาสะดวกสบายทุกฤดูกาล ถ้าตั้งต้นจากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางได้หลายเส้นทาง คือ กรุงเทพ-อุดร-พังโคน-วานรนิวาส-เซกา-บ้านแพง หรือจะใช้เส้นทาง กรุงเทพ-สกลนคร-นครพนม-บ้านแพง